เรื่องสั้นส่งประกวด Indy short Story Award
เรื่อง ฉันรักคุณค่ะ...ที่รักของฉัน
ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสของน้ำหวานเด็กสาวที่เรียนจบมาใหม่ๆเธอพึ่งได้รับปริญญามาเมื่อว่านซึ่งยังคงเห่อกับใบปริญญาที่ได้รับมาเมื่อวานนี้แต่เธอก็ดีใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอได้รับโทรศัพท์ที่บ่งบอกว่าเธอได้งานทำแล้วซึ่งเป็นบริษัทที่เธอเลือกเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งบริษัทมีสวัสดิการที่ดีมากเป็นที่หมายตาให้กับคนโดยทั่วไปอย่างมากมายแต่เธอก็เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่บริษัทรับเข้าทำงานเธอรีบโทรไปหาแม่ที่ทำงานว่าเธอได้งานทำแล้วบริษัทมีที่บ้านพักให้ด้วย เธอก็เช่นกันได้รับบ้านพักหนึ่งหลังเธอไม่รี่รอรีบเพ็กของใส่กระเป๋าและเก็บของใช้ส่วนตัวเพื่อที่จะไปพบกับผู้ดูแลบ้านที่บริษัทได้แจ้งไว้ เธอโทรแจ้งกับเจ้าของบ้านเมื่อเดินทางมาถึงในที่แรกรู้สึกงงเพราะว่าเสียงที่ได้ยินทางโทรศัพท์เป็นคุณลุงแก่ๆคนหนึ่งแต่คนที่เธอเห็นยืนอยู่หน้าที่ตามหมายเลขที่อยู่หน้าบ้านที่เป็นอันว่าเธอไม่ได้มาสอยผิดเธอก็ได้แต่ยิ้มและเดินเข้าไปถามว่าขอโทษนะคุณอยู่บ้านหลังนี้เหรอเปล่าค่ะ คือดิฉันเป็นพนักงานของบริษัทนี้นะค่ะไม่ทราบว่าบ้านหลังนี้เอ่อ ชายที่ยืนตรงหน้าบอกว่าครับบ้านหลังนี้เป็นของคุณนั้นแหละครับคุณน้ำหวาน น้ำหวานยืนนิ่งไปเมื่อเข้าหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอด้วยความหล่อคมเข้มแต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใยยิ่งกว่าคือเค้ารู้จักชื่อเธอได้อย่างไร ผมเป็นเจ้าของบ้านที่บริษัทของคุณมาเช่าให้พนักงานทุกหลังแหละครับร่วมถึงบ้านหลังที่คุณกำลังจะเข้ามาอยู่ด้วยผมให้คนมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วนะครับเหลือแต่คุณที่ยังไม่ได้ย้ายของเข้ามาอยู่ก็เท่านั้นเองครับ ออผมลืมแนะนำตัวไปผมน้ำใสครับ น้ำหวานยิ้มแบบงงแต่ก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มและตอบกลับไปว่าฉัน น้ำหวานค่ะ ครับผมทราบแล้วจากเอกสารที่บริษัทส่งให้นะครับ ผมช่วยถือของเข้าบ้านนะครับวางของไว้ห้องรับแขกก่อนนะครับผมจะพาชมบ้าน บ้านหลังนี้ตบแต่งไว้เรียบร้อยแล้วนะครับพร้อมให้คุณน้ำหวานเข้ามาอยู่ได้เลยเพียงแค่นำเสื้อผ้าของใช้ตัวส่วนมาก็พอครับ น้ำใส่พาน้ำหวานเดินชมบ้านจนทั่วโดยมีน้ำหวานเดินตามพร้อมสายตาชื่นชมว่าบ้านหลังนี้สวยมากจริงๆเหมือนบ้านในฝันที่เธอเคยคิดไว้ไม่มีผิด เมื่อเค้าพาเธอเดินดูบ้านจนทั่วเค้าก็มาหยุดยืนตรงที่ห้องรับแขกพร้อมเรียก ชื่อเธอว่าคุณน้ำหวานครับผมรบกวนอ่านสัญญาและเซนต์สัญญาด้วยครับ น้ำหวานหันมาตามเสี่ยงที่เรียกพร้อมส่งร้อยยิ้มและหนังอ่านสัญญาสักครู่พร้อมกับเซนต์ชื่อของเธอกำกับลงไปทันที่ เพราะเธอหลงรักบ้านหลังนี้เข้าอย่างจัง ถ้าไม่รีบเซนต์สัญญาคงเป็นเรื่องแปลกมากเลยที่เดียว เรียบร้อยนะค่ะเธอหันไปถามคนที่หนังรอเธออยู่เค้ารับคำทันที่ว่าครับ เรียบร้อยครับงั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับถ้ามีอะไรก็บอกได้นะครับผมอยู่บ้านข้างๆคุณนี้แหละครับถ้าผมไม่อยู่ก็บอกลุงคมไว้ก็ได้ครับลุงเค้าจะมาช่วยคุณเองครับ อ้อยินดีต้อนรับครับ ค่ะขอบคุณนะค่ะ บริษัทคุณจะมีรถตู้มารับที่หน้าบ้านตอน7.30น.นะครับขอให้สนุกกับงานใหม่เพื่อนใหม่ที่ทำงานและที่นี้นะครับ ผมไปก่อนแหละคุณน้ำหวานจะได้เก็บของแล้วก็พักผ่อน ไปนะครับ ขอบคุณนะค่ะอ้อเรียกฉันว่าน้ำหวานเฉยๆก็ได้ค่ะไม่ต้องเรียกคุณหรอก ครับงั้นคุณเรียกผมว่าพี่น้ำใสก็ได้ครับเพราะคุณเป็นรุ่นน้องผมสองปี ค่ะได้ค่ำพี่น้ำขอบคุณอีกครั้งนะค่ะสำหรับทุกเรื่องในวันนี้ค่ะ ครับยินดีครับผมไปก่อนนะครับค่ะ เมื่อน้ำใสเดินจากไปน้ำหวานก็รีบวิ่งเดินขึ้นข้างบนชั้นสองทันที่เปิดหน้าต่างแหละประตูระเบียงหน้าห้องนอนเพื่อให้ลมได้พัดเข้าได้ดีเธอบรรจงเก็บเสื้อผ้าข้าวของใช้ส่วนตัวเข้าที่เข้าทางไม่นานนักทุกอย่างก็เรียบร้อยเธอจึงออกมาเดินดูบ้านอีกครั้งเพื่อทำความคุ้นเคยว่าอะไรอยู่ที่ไหนบ้างพร้อมชมความสวยงามไปด้วยในตัว ดูเมื่อช่วงเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็วมากเพราะเธอยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรมากนักตะวันก็ใกล้จะลาจากไปเสียแล้วเธอจึงเดินออกมาด้านออกบ้านบ้างเพื่อจะหาอะไรทานในตอนที่เธอนั่งรถเข้ามานั้นเธอเห็นมีร้านอาหารและร้านขายของสดอยู่ไม่ใกล้นักเธอคิดว่าจะเลือกซื้อของสดมาแทนการที่จะซื้ออาหารสำเร็จมาทานแทนน้ำหวานชอบทำอาหารทานเองเพราะว่าสะอาดและก็อร่อยถูกปากเธอที่สุดในระหว่างที่เธอกำลังปิดประตูบ้านเธอก็ได้ยินเสียงคนพูดว่าไปไหนเหรอครับดังขึ้นข้างหลังเธอเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่น้ำใส น้ำหวานว่าจะไปหาซื้อของสดข้าวสารแล้วก็พวกของปรุงรสทำอาหารนะค่ะเหรอครับพอดีพี่ก็จะไปซื้อของเหมือนกันงั้นไปด้วยกันเลยนะครับ ได้ค่ะมีไกท์ไปด้วยยิ่งดีเลยค่ะ เธอหัวเราะใหญ่พลอยให้น้ำใส่หัวเราะตามไปด้วย น้ำหวานกับน้ำใสเดินคุยกันไปด้วยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้นและเพื่อเป็นการฆ่าเวลาไปด้วยในระหว่างเดินไปร้านค้า ทั้งคู่คุยกันไปหัวเราะกันไปจนคนที่เห็นในระหว่างทางที่ทั้งคู่ก็ยิ้มให้และต่างคิดว่านี้คงเป็นแฟนขอน้ำใสจนมีป้าคนหนึ่งถามว่าแฟนหรอน้ำใส น้ำใสหันมาทางน้ำหวานและหันกลับไปตอบว่าเปล่าครับน้องเค้าเป็นพนักงานบริษัทเดียวกับลูกชายป้านะครับพึ่งมาวันนี้นะครับ น้ำหวานหันไปสวัสดีป้ารับไหว้ น้ำใสจึงไม่รอช้าบอกว่านี้น้ำหวานครับ น้ำหวานนี้ป้าใจนะเป็นแม่ของพี่นพนะหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อนะครับ ออค่ะน้ำหวานส่งยิ้มหวานให้ป้าพร้อมบอกฝากเนื้อฝากตัวกับป้าในเสร็จสับ แล้วทั้งคู่ก็ขอตัวไปซื้อของกันก่อน เดินมาอีกไม่นานก็มาถึงร้านขายของทั้งคู่ต่างเลือกซื้อของ ของตัวเองจนเรียบร้อยน้ำหวานได้ของมาเยอะหน่อยเธอซื้อทุกอย่างเพื่อมาตุนไว้ในตู้เย็นเพื่อจะได้ไม่ต้องออกมาซื้อของบ่อยๆเพราะเงินหาอยากเธอจะต้องประหยัดให้มาก จะได้มีเงินเก็บเยอะๆเธออย่างพาแม่ไปเทียวให้ได้ในสิ้นปีนี้ เมื่อทั้งคู่ต่างซื้อของเสร็จก็ออกมายื่นรอกันทีหน้าร้านเมื่อเธอเดินออกมาก็มาพบกับน้ำใสยืนรออยู่แล้วเมื่อน้ำใสเห็นน้ำหวานถือของมามากมายเค้ารีบเดินมาช่วยน้ำหวานทันที่ จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีเป็นสี่ปีน้ำหวานกับน้ำใสก็กลายมาเป็นคนรักกันและในวันนี้เธอกับเข้าก็เข้านอกออกในบ้านทั้งสองหลังได้เป็นอย่างดีวันนี้ท้องฟ้าก็ยังคงสดใสอีกวันเย็นนี้น้ำใสโทรนัดกับน้ำหวานไว้ว่าจะมารับไปทานอาหารข้างนอกเมื่อน้ำหวานเลิกงานก็รีบมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปทานอาหารกับน้ำใสคนที่เธอรักและคิดจะฝากชีวิตของเธอไว้กับเค้าให้เป็นคนดูแล ไม่นานนักน้ำใสก็มาถึงพร้อมกับเรียกน้ำหวาน น้ำหวานรีบเดินมาเปิดประตูบ้านและก็ออกไปข้างนอกกับน้ำใส เมื่อทั้งคู่ทานอาหารเสร็จน้ำใสก็ขับรถไปจอดข้างสวนสาธารณะที่ทั้งคู่มักจะมาเดินเล่นเป็นประจำน้ำหวานเดินลงมาจากรถดูสายน้ำที่ไหลไปอย่างสบายอารมณ์โดยไม่รู้เลยว่าน้ำใสเดินมาใกล้วันนี้น้ำใสดูแปลกๆไปนิดแต่น้ำหวานก็ไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อเธอหันมาเค้าก็เดินมาจับมือของเธอไว้และบอกกับเธอว่าน้ำหวานพี่ขอโทษนะ น้ำหวานรู้สึกงงเล็กน้อยว่าน้ำใสมาขอโทษเธอทำไม ไม่ทันที่เธอจะถามเค้าก็ตอบกับเธอว่าพี่รักคนอื่นแล้วน้ำหวานพี่รักเค้าไม่ได้รักน้ำหวานแล้วนะ พี่ขอโทษนะ น้ำหวานได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาไม่เพียงน้ำตาที่ไหนอาบแก้มของเธอเค้าพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็ไม่พูดอะไรเธอก็เช่นกันไม่ใช้ว่าไม่มีคำถามแต่เธอมีคำถามมากมายที่อย่างจะถามแต่เธอพูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมีจุกอยู่ที่คอของเธอจนพูดไม่ออกแล้วมือที่จับมือเธอไว้ก็ปล่อยมือเธอทันที่ทีมีเสี่ยงโทรศัพท์ดังแล้วเค้าก็หันมาบอกกับเธอว่ากลับบ้านเองได้นะพี่ไปก่อนมีธุระนะ แล้วเค้าก็ขับรถออกไป ปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังกับน้ำตาและความเสียใจ เธอเริ่มออกเดินอีกครั้งหลังยืนนิ่งไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอเดินมาตามทางที่คุ้นเคยเรื่อยๆจนมาถึงหน้าบ้านเธอหันไปมองบ้านของคนที่รักอีกครั้งพร้อมกับปิดประตูเข้าบ้านแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงบนระเบียงหน้าบ้านพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุดสาย เธอรู้สึกได้ว่าโลกหยุดหมุนหัวในสลายมันเป็นแบบนี้เอง เธอร้องให้ไม่หยุดแม้แต่เวลาที่เธออาบน้ำเหรอว่าบนที่นอนแต่เธอไม่ได้นอนจนเช้าเธอโทรไปลางานกับพี่ที่เป็นหัวหน้างานเธอทำงานที่นี้ได้สี่ปีแล้วเธอโทรไปบอกพี่ว่าเธอขอลาพักร้อน ในตอนสายเธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางกลับบ้านเธอกลับไปหาแม่ซึ่งเธอพึ่งจะกลับไปหาในวันเสาร์ที่ผ่านมา แม่รู้สึกแปลกใจที่เห็นกลับมาบ้านในวันธรรมดา ถึงได้ถามว่าไม่สบายหรือเปล่าลูกน้ำหวานทำหน้าตาแจ่มใสซึ่งมันขัดกับหัวใจเธอยิ่งนักที่แสนจะเจ็บปวดเธอเดินเข้าไปกอดแม่และบอกกับแม่ว่าที่บริษัทจะพาไปเที่ยวค่ะแม่ แม่ก็ยิ้มและก็ถามว่าไปเที่ยวไหนล่ะคราวนี้เธอหันมาตอบว่าทะเลค่ะแม่ด้วยความเป็นแม่จึงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ลูกปิดบังไว้แต่แม่ก็ไม่ได้พูดออกไปน้ำหวานทานข้าวเช้ากับแม่และก็บอกแม่ว่าต้องไปแล้วรถบริษัทคงใกล้มาถึงแล้วต้องรีบออกไปรอ เธอสวัสดีแม่แล้วรีบเดินออกมาจากบ้านจนแม่ของเธอไม่ทันที่จะออกมาส่งในระหว่างที่เธอเดินออกมาขึ้นรถเธอก็ร้องมาตลอดทางแต่เธอก็ต้องรีบหยุดร้องไห้เมื่อมาถึงคิวรถโดยสารที่จะพาไป บขส. เพื่อขึ้นรถทั่วไปในที่ ที่เธออยากไปที่สุดในตอนนี้ในเมื่อเธอมาถึงเธอก็ตีตัวเดินทางไปทะเลทันที ในระหว่างที่รอเวลารถออกเธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อมองที่หน้าจอก็พบว่าเป็นเบอร์ของคนที่เธอรักแต่ตอนนี้เค้าไม่ได้รักเธออีกแล้วเธอกดปิดเสี่ยงแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไปแล้วก็มองออกไปที่หน้าต่างไม่นานรถก็ออกจาก บขส. มุ่งหน้าไปในสถานที่เธออย่างไปมากที่สุดในระหว่างทางเธอก็ยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลรินไปเรื่อยๆโดยไม่แค่สายตาของใครทั้งนั้น โชคดีที่วันนี้ไม่ค่อยมีผู้คนมากมายนัก ในที่สุดเธอก็มาถึงทะเลสถานที่ ที่เธอชอบมามากที่สุดไม่ว่าเวลามีความสุขหรือทุกแต่เวลาที่เธอร้องไห้เธอชอบให้สายลมเป็นคนคอยเช็ดน้ำตาให้กับเธอยืนมองไปในทะเลทีมีคลื่นที่สวยงามและสายลมที่พัดมาประทะกับหน้าที่เปื้อนน้ำตาใบหน้าของเธออย่างแผ่วบ่อยเธอยืนอยู่อย่างนั้นนิ่งนาน จนมีพนักงานเดินมาถามว่าขอโทษนะครับมีอะไรให้ช่วยไหมครับจองที่พักไว้หรือยังครับค่ะ เธอตอบว่าฉันจองไว้แล้วค่ะ ขอโทษนะครับว่าคุณชื่ออะไรครับผมจะพาไปห้องพักครับเธอแจ้งชื่อและเดินตามคนที่ถือกระเป๋าให้เดินไปที่ห้องพัก เมื่อเธอมาถึงห้องพักเธอก็บอกขอบคุณพนักงานที่มาส่งและพนักงานก็เดินจากไป เธอจึงไขประตูเปิดเข้ามาในห้องพักเธอทิ้งกระเป๋าและตัวลงบนที่นอนแล้วก็นอนตะแคงจากนั้นน้ำใสก็เริ่มรินไหลอีกครั้ง น้ำหวานนอนนิ่งอยู่พักใหญ่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั้นเธอจึงหยิบมันออกมาดู เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ก็ขึ้นมาก็เห็นว่าใครโทรมา เธอได้แต่นั่งมองโทรศัพท์อยู่เนิ่นนานจนคนปลายสายว่างสายไป เธออยากจะปิดโทรศัพท์เสียเหลือเกินหากก็ทำไม่ได้เพราะว่าถ้าแม่โทรมาหาแล้วโทรไม่ติดคงจะต้องเป็นห่วงเธอมากแน่เธอจำใจต้องเปิดโทรศัพท์ไว้เช่นนั้นเมื่อเธอเห็นว่าคนปลายสายได้ว่างสายไปแล้วเธอจึงว่างโทรศัพท์ทิ้งไว้ที่หัวเตียงแล้วก็เดินออกมาจากห้องพักแล้วเธอก็พาร่างที่ไร้วิณญาณเดินไปยังจุดหมายนั้นคือหาดทราย โชคดีเสียเหลือเกินที่วันนี้เป็นวันธรรมดาไม่ค่อยมีผู้คนมาเที่ยวทะเลที่นี้มากนัก แต่หากเป็นวันธรรมดาผู้คนคงมากมายนัก เธอเดินหลบจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาตาไปยังชายหาดที่มีผู้คนน้อยแล้วเธอก็ได้พบสถานที่เหมาะสม มีชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่และยังไม่มีใครมาจับจองเธอจึงมุ้งหน้าเดินไปทันที่เธอทิ้งตัวลงบนชิ่งช้าและแกว่งเบาๆ จากนั้นความเสียงคลื่นและเสียงลมก็มาแทนที่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้งน้ำหวานนั่งมองทะเลอย่างไร้จุดหมายเหมือนกันหัวใจของเธอในตอนนี้ที่ไร้จุดหมายเช่นกัน เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธอควรทำอย่างไรดีกับชีวิตที่แสนแย่ของเธอ ตอนนี้เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าอยากนั่งอยู่ตรงนี้เพื่อทบทวนเรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เมื่อวานนี้ ทุกสิ่งเป็นความจริงหรือเธอเพียงแค่ฝันไปถ้าหากนี้เป็นเพียงแค่ความฝันเธออยากที่จะตื่นแล้วเพราะเธอรับมันไม่ไหวจริง หากแต่นี้ก็ไม่ใช้ความฝันแล้วเสียที่เริ่มดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้งก็คือเสียงของคนที่รักเค้าพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “ผมรักคนอื่นแล้วผมไม่ได้รักคุณ” คำพูดคำนี้ยังคงวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของน้ำหวานเหมือนใครเปิดให้ฟังซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุด น้ำหวานสายหน้าไปมาเหมือนจะสลัดคำพูดเหล่านั้นให้ออกไปจากหัวแต่ยิ่งทำเช่นนั้นเสียงก็กลับยิ่งดังขึ้น เธอจึงได้แต่นั่งนิ่งๆปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาตามที่ใจสั่ง น้ำหวานนั่งอยู่ริมชายหาดตั้งแต่สายจนตะวันตกดินลมทะเลเริ่มเย็นพระจันทร์ขึ้นที่ขอบฟ้าพร้อมดวงดาวที่รายรอมเริ่มขึ้นมาที่ดวงจนในขณะนี้มีดาวอยู่เต็มไปหมดบรรยากาศยิ่งพาให้ใจของน้ำหวานเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก แต่ไม่นานนักทุกอย่างก็ต้องหยุดชักงักลงเมื่อมีเสียงไฟและเสียงพูดว่า “คุณครับต้องกลับที่พักแล้วครับหมดเวลาแล้วคนที่พักในนี้ต้องไปอยู่เฉพาะในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้นะครับ น้ำหวานรีบลุกขึ้นแหละเดินหลบมาเนื่องจากเธอไม่อยากให้พนักงานทราบว่าเธอร้องไห้ เธอรีบเดินกลับไปที่พักและเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องพักเธอก็หยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเนื่องจากอากาศที่เริ่มหวานมากแล้ว แต่เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาเธอก็เห็นโทรศัพท์สั่นอยู่ที่หัวเตียงเธอเช็ดน้ำตาเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้นว่าใครโทรมาหาเธอไม่ผิดจริงคนที่โทรหาเธอก็คือแม่นั้นเองเธอรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วรีบรับโทรศัพท์พร้อมบอกกับแม่ว่าเธอมาเที่ยวสนุกมากพอดีไม่ได้หยิบโทรศัพท์ไปเพราะเธอไปเล่นน้ำกับพี่ๆที่ทำงาน หลังจากที่น้ำหวานคุยกับแม่สักพักเธอก็ขอตัวไปอาบน้ำแม่จึงยอมว่างสายไป เมื่อเธอว่างสายจากแม่ก็เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับ หนึ่งสายในตอนแรกเธอคิดว่าเป็นเบอร์แม่แต่เมื่อเปิดดูก็เป็นเบอร์ของคนที่ทิ้งเธอไปนั้นเอง น้ำหวานนั่งลงบนเตียงมองดูที่หน้าจอมือถือพลันน้ำก็ไหลจากตาอีกครั้งเธอตามองว่าควรทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตของเธอดี เธอควรจะทำเช่นไรดีโทรไปหาเค้าเลยดีไหมว่าทำไมถึงได้ทำแบบนี้กับเธอ เธอทำอะไรผิดแต่แล้วเธอก็ไม่กล้าด้วยกลัวว่าเค้าจะบอกว่าไม่รักเธออีก น้ำหวานอยู่ที่ทะเลเพื่อทำใจสามวันจึงเดินทางกลับเพื่อจะไปจัดการกับงานที่เป็นหน้าที่ของเธอ เมื่อเธอกลับมาก็ทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นร่วมถึงเรื่องของเธอกับน้ำใสด้วย เมื่อน้ำใสเดินเข้ามาหาเธอก็ยิ้มให้แล้วเดินไปหาถามเค้าว่าวันนี้จะพาไปกินข้าวเที่ยงที่ไหนดี น้ำใสเห็นน้ำหวานก็รู้สึกแปลกๆจึงถามน้ำหวานว่า น้ำหวานไม่เป็นไรนะ น้ำหวานยิ้มพร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไรค่ะน้ำหวานสบายดีแต่วันนี้พี่พาไปทานข้าวไม่ได้นะพี่มีนัด น้ำหวานหุบยิ้มแต่แล้วก็กลับมายิ้มใหม่พร้อมบอกว่าไม่เป็นไรค่ะน้ำหวานไปกินกับพี่ที่แผนกก็ได้ค่ะแต่เย็นนี้พี่น้ำต้องพาน้ำหวานไปกินข้าวเย็นนะ แล้วเธอก็เดินหนีไปน้ำใสพยายามเรียกเพื่อจะบอกว่าเย็นนี้เค้าไม่ว่าง แล้วน้ำหวานก็หันมายิ้มพร้อมบอกว่าน้ำหวานไปรอที่ร้านเดิมนะค่ะ พอถึงเวลาเลิกงานน้ำหวานก็รีบกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวสวยไปรอน้ำใสที่ร้านอาหารที่ไปด้วยกันเป็นประจำ น้ำหวานไปรอน้ำใสตั้งแต่ หกโมงเย็นจนตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มแล้วเธอสั่งอาหารที่น้ำใสชอบมาเต็มโต๊ะแต่เค้าก็ยังไม่มาสักที่จนเวลาผ่านไปเกือบเทียงคืนแล้วแต่น้ำหวานก็ยังนั่งรอแล้วเด็กที่ร้านก็เดินมาบอกว่าพี่ค่ะร้านจะปิดแล้วพี่จะให้ห่ออาหารไปทานที่บ้านเลยไหมค่ะ น้ำหวานยิ้มทั้งน้ำตาแล้วบอกว่าไมต้องค่ะเก็บเงินเลยค่ะ พนักงานที่เตรียมบิลมาแล้วจึงยืนบิลรายการอาหารให้น้ำหวานดูแล้วไม่ถึงห้าร้อยเธอจึงหยิบเงินในกระเป๋าออกมาห้าร้อยแล้วบอกกับเด็กที่ร้านว่าไม่ต้องทอนนะค่ะแล้วเธอก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินจากไป น้ำหวานเดินพ้นเด็กทีร้านมาได้สองก้าวน้ำตาที่กลั่นไหวก็ไหลก็มาไม่หยุดสาย เธอเดินมาถึงสวนสาธารณะใกล้บ้านในเวลาไม่นานนักเนื่องจากร้านอยู่ใกล้กับที่พักแล้วเธอก็ไปยืนอยู่บนสะพานที่เธอและน้ำใสมักจะมายืนดูน้ำด้วยกันเสมอเธอยืนมองสายน้ำที่ไหลแล้วเธอก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีการอดกลั่นเก็บไว้อีกเลย เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นสะพาน จากนั้นเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสายโทรหาน้ำใสเมื่อน้ำใสรับสายเธอก็ถามว่าทำไมไม่มาตามนัด น้ำใสก็บอกว่า “พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่ว่าง” น้ำใสนิ่งเงียบได้แต่ร้องไห้น้ำใสจึงตัดสายทิ้งไปน้ำหวานคิดได้เพียงว่าพี่น้ำใสไม่ห่วงเธออีกแล้วเค้ารักคนอื่นแล้วจริงๆ คิดได้ดังนั้นเธอก็ต่อสายโทรหาเค้าอีกพอเค้ารับสายก็พูดกับเธอว่าโทรมาทำไมอีกมีอะไร น้ำหวานได้แต่ร้องไห้เค้าก็บอกว่าร้องเค้าไปลำคาญแล้วก็กดว่างแล้วเธอรู้ว่าวันนี้ต้องไปทำงานแต่ว่าเธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินไปไหนเธอจึงโทรไปลางานกับพี่หัวหน้าแผนกพี่ที่เป็นหัวหน้าจึงได้ถามว่า “น้ำหวานเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำหวานก็รับตอบกลับว่าไม่เป็นอะไรมากนอนพักคงดีขึ้นพี่ที่ทำงานจึงยอมว่างสายไป น้ำหวานจึงเดินกลับบ้านเพราะในช่วงเช้าจะมีคนมาออกกำลังกายกันเยอะ เมื่อเธอมาถึงบ้านก็เห็นน้ำใสพาผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านพอดีเธอหยุดเดินแล้วก็มองน้ำใสกับผู้หญิงที่อยู่กับน้ำใสพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาชนิดที่ว่าไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดไหลแล้วน้ำใสก็ขับรถผ่านหน้าน้ำหวานไปเมื่อกับว่าเธอไม่มีตัวตน น้ำหวานทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้นเธอรู้สึกเหมือนถูกเอาเข็มมาแทงเป็นพันเล่มเหมือนว่าโลกหยุดหมุนเธอล้มทั้งยืนพอดีลุงคมมาเห็นพอดีจึงพาเธอเข้าบ้านน้ำหวานบอกขอบคุณลุงคมแล้วบอกกับลุงคมว่าไม่เป็นไรลุงคมปลอมใจน้ำหวานว่า “หนูน้ำหวานไม่เป็นไรนะครับน้ำหวานถึงกลับปล่อยโฮออกมาแล้วกอดลุงคมไว้แล้วถามว่าเธอทำอะไรผิดลุงคมได้แต่เอามือลูบหัวน้ำหวานเพื่อปลอมขวัญให้ น้ำหวานเงยหน้าแล้วบอกกับลุงคมว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้ว ลุงคมจึงเดินกลับไปทำงานต่อ น้ำหวานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายหาน้ำใสแล้วก็บอกกับน้ำใสว่าเย็นนี้ให้มาหาหน่อยมีเรื่องอยากคุยด้วย เค้าไม่ตอบรับหากแต่วางสายไปแล้วในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มน้ำใสก็มาเรียกน้ำหวานที่หน้าบ้าน พอน้ำหวานเดินออกมาก็บอกเค้าว่าให้เค้ามาในบ้านก่อนน้ำใสเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรอีก น้ำหวานถามว่าทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้ เค้าก็บอกว่าก็บอกแล้วไม่ใช้เหรอว่าพี่รักคนอื่นแล้วไม่ได้รักน้ำหวาน “ทำไมพี่น้ำทำแบบนี้” แล้วน้ำหวานล่ะน้ำหวานจะอยู่ได้ไงถ้าไม่มีพี่” ต้องอยู่ได้สิเมื่อก่อนไม่มีพี่น้ำหวานก็อยู่มาได้นิ “แต่น้ำหวานรักพี่น้ำนะ” ถ้าน้ำหวานรักพี่ก็ปล่อยพี่ไปเถอะ” แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบพี่ขอโทษนะสำหรับเรื่องที่ผ่านมา” แล้วน้ำใสก็เดินจากไปทิ้งให้น้ำหวานร้องไห้อยู่อย่างนั้นในคืนนั้นทั้งคืนน้ำหวานได้แต่ร้องไห้เธอพร้อมกับเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเธอรู้เพียงว่าเธอไม่สามารถอยู่ที่นี้ได้อีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าจากวันที่เค้าบอกเลิกจนมาถึงวันนี้นานแค่ไหนแล้วรู้เพียงว่าใบลาออกที่ยืนไปในเช้าวันรุ่งขึ้นของการบอกเลิกในวันนั้นคงใกล้ครบกำหนดแล้วแต่เธอคงรอไม่ไว้คงต้องขอพี่เค้าออกตั้งแต่วันนี้เพราะเธอคงทนอยู่ไม่ไหวอีกแล้วเมื่อเธอเก็บเสื้อผ้าเสร็จก็ปิดบ้านหลังจากที่ยืนมองมันอยู่อย่างเนินนานเพราะเธอชอบบ้านหลังนี้มากแต่มันไม่ใช้ของเธอนี้ แล้วเธอก็หยิบกระเป๋ามาถือไว้แล้วเดินไปหาลุงคมพร้อมกับยืนกุญแจให้ พร้อมฝากจดหมายไว้ให้น้ำใสหนึ่งฉบับ
พี่น้ำใสค่ะขอบคุณมากนะค่ะสำหรับช่วงเวลาที่แสนดีที่พี่มีให้น้ำหวาน น้ำหวานจะจดจำไว้ไม่ลืมเลยค่ะ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมามันไม่มีความหมายกับพี่บ้างไหม ในหัวใจของพี่ไม่มีน้ำหวานเหลือจริงๆเหรอ พี่น้ำใสลืมน้ำหวานไปหมดแล้วใช้ไหม พี่น้ำใสรู้ไหมที่น้ำหวานเดินจากไปเพราะน้ำหวานรักพี่น้ำใสนะ รักมาก มากกว่าชีวิตของน้ำหวานเสียอีก น้ำหวานหวังว่าจะมีสักวันที่พี่น้ำใสจะโทรหาแล้วบอกให้น้ำหวานกลับมาหาพี่น้ำใสอีก น้ำหวานหวังว่าคนที่พี่รักเค้าจะรักและดูแลพี่เหมือนที่น้ำหวานทำขอให้เค้ารักพี่มากมาก ขอให้พี่มีความสุข วันนี้น้ำหวานต้องไปจากพี่น้ำจริงๆแล้วนค่ะ พี่คงรู้สึกดีใจมากเลยสินะค่ะที่วันนี้น้ำหวานจะไปจากชีวิตของพี่น้ำใสสักที ถ้าวันไหนที่พี่น้ำใสรู้สึกแย่ รู้สึกเหนื่อยล้าน้ำหวานขอให้พี่น้ำใสรู้ไว้ว่าจะมีน้ำหวานอยู่ข้างๆพี่น้ำใสเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไม่นานแค่ไหนจะมีน้ำหวานอยู่ตรงนี้เสมอไม่ไปไหนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม น้ำหวานก็จะรอพี่น้ำใสอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ดูแลตัวเองดีๆนะค่ะต่อไปนี้น้ำหวานคงไม่ได้มาดูแลพี่น้ำใสอีกแล้ว
รักพี่น้ำใสเสมอทุกลมหายใจเข้าออกค่ะ
ลาก่อนนะค่ะผู้ชายที่น้ำหวานรักสุดหัวใจ
เมื่อน้ำหวานกลับมาถึงบ้านแม่ก็ตกใจเล็กน้อยแต่ก็พอเดาได้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวของเธอเพราะน้ำหวานเก็บของกลับมาขนาดนี้แต่ผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากเพราะกลัวว่าจะไปทำร้ายหัวใจส่วนไหนของลูกสาวจึงได้แต่ถามว่ากินอะไรมาหรือยังน้ำหวานตอบแม่ด้วยสีหน้าที่ร่าเริงว่าหนูกินมาเรียบร้อยแล้วค่ะแม่แต่ผู้เป็นแม่ก็อดถามไม่ได้เมื่อเห็นลูกสาวชัดๆว่าดวงตาของลูกเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจเมื่อแม่น้ำหวานถามน้ำหวานว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหนูก็ยังเป็นลูกของแม่เสมอนะน้ำหวานแม่รักหนูนะเพียงแค่นั้นน้ำหวานก็ร้องไห้ร้องมาทันทีและก็เดินไปกอดแม่พร้อมทั้งน้ำตาในช่วงเวลาที่เธอรู้สึกแย่ที่สุดแต่เธอก็ยังมีแม่ที่ค่อยเป็นกำลังใจให้เสมอ แม่พาน้ำหวานไปวัดบ่อยๆตามที่เธอขอไปปล่อยนกปล่อยปลาน้ำหวานเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเธอสวดมนต์ไหว้พระทุกวันและในวันหนึ่งเธอก็คิดว่าเธอต้องหางานทำเธอจึงไปร้านอินเตอร์เน็ตและหางานทำในขณะที่เธอหางานอยู่นั้นเธอก็คิดเรื่องธรรมะขึ้นมาจึงเปิดเว็บไซค์ดูเกี่ยวกับนิทานของพระพุทธเจ้าเธอก็ได้พบกับนิทานหนึ่งเรื่องที่ช่วยให้เธอทำใจเกี่ยวกับความรักได้มาก นิทานธรรมะที่เธอเจอในเว็บก็คือประวัตินางโกกิลา เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวที่เป็นทาสที่หลงรักพระอานนท์แล้วก็หาทางทำทุกอย่างให้พระอานนท์รักนางแต่พระอานนท์เป็นผู้บรรลุทางธรรมแล้วจึงได้เทศให้นางฟังว่า
ความรักก็เปรียบเสมือนกับไฟ เราใช้มือเปล่าจับไฟไม่ว่าจะรู้วิธีจับอย่างไรก็ร้อนอยู่ดี เมื่อน้ำหวานได้อ่านก็คิดได้และเริ่มทำใจได้มากขึ้นในขณะที่เดินกำลังจะกลับบ้านได้เดินผ่านร้านค้าที่ขายโทรศัพท์และซิมเธอจึงมีความคิดที่ว่าจะหาซิมมาต่อเน็ตจะได้ไม่ต้องออกมาเล่นที่ร้านเธอจึงหาซื้อซิมมาต่อเน็ตหางาน และในเวลาต่อมาเธอก็มีความคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนเบอร์ไปเลยเมื่อเธอตัดสินใจเช่นนั้นเธอก็เลยเปลี่ยนเบอร์ทันทีโดยบอกเฉพาะคนที่บ้านและเพื่อนสนิทเท่านั้น ต่อมาไม่นานเธอก็ได้งานทำเธอก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่ได้สนใจว่าจะมีใครมาจีบเธอหรือว่ามีของมาให้เธอยังไงตื้อเธอแค่ไหนเธอก็ไม่สนใจเพราะในหัวใจของเธอไม่มีพื้นที่ว่างให้ชายคนไหนทั้งนั้น คนเดียวที่จับจองหัวใจของเธอมีแค่คนเดียวนั้นก็คือน้ำใส แต่เธอรู้ว่าคนที่เธอรักไม่ได้รักเธอแต่เธอก็จะยิ้มได้เสมอเมื่อนึกถึงน้ำใสชายคนที่เธอรักเธอทำงานสักพักก็มีเบอร์โทรของใครคนหนึ่งที่ทำให้เธอต้องแปลกใจเมื่อเห็นในตอนแรกเธอรู้สึกงงว่าพี่น้ำใสโทรมาหาเธอมีธุระอะไรแต่เธอก็ไม่ได้รับสายหรือว่าโทรกลับเธอปล่อยให้โทรศัพท์ดังสักพักที่ทำงานก็หันมาถามว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์น้ำหวานยิ้มแล้วตอบว่าไม่อยากใจอ่อนค่ะอีกอย่างเค้ามีคนที่รักแล้วเราไม่ควรไปยุ้งกับเค้าเลยคะเพราะถ้าแฟนเค้ารู้เค้าคงเสียใจแย่เลยค่ะเมื่อที่หนูเคยเสียใจไงค่ะเพราะฉะนั้นต่างคนต่างอยู่ดีแล้วค่ะแอ้ว่าแต่ว่านี้เป็นเบอร์ใหม่ของหนูนะเค้าไปเอาเบอร์มากไหนเนี้ยหรือว่ามีเพื่อนคนไหนหักหลังหนูเปล่าเนี้ย เมื่อน้ำหวานคิดได้ดังนั้นก็รีบโทรหาเพื่อที่คิดว่าน่าจะเป็นคนแรกที่อาจพลาดได้ที่สุดแต่เมื่อน้ำหวานโทรไปเพื่อนก็บอกว่าเปล่า ส่วนคนอื่นไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าพี่น้ำใสไม่มีเบอร์หรอกว่าแต่เค้าไปได้เบอร์มาจากไหนนะแต่ก็ชังเถอะ น้ำหวานทำงานที่บริษัทใหม่ได้ไม่นานนักแต่เธอก็เป็นที่รักใคร่ของคนทีทำงานด้วยความที่เธออายุน้อยที่สุดในที่ทำงานบวกกับความชั่งพูดยิ้มเก่งทำให้เธอเป็นที่รักใคร่ของทุกคนมีคนมากมายมาจีบเธอแต่เธอกับไม่เคยสดใจใคร่มีหลายคนที่ทุ่มเงินเวลามาดักรอเธอแต่เธอก็จะมีพี่ที่ทำงานค่อยช่วยเหลือเสมอๆเธอเราเรื่องของหัวใจให้พี่ที่ทำงานฟังเพราะว่าพี่มักจะถามว่าทำไมไม่เลือกคบใครสักคนเธอก็บอกว่าเธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้วเธอไม่อยากทำร้ายคนอื่นเพราะถึงคบคนอื่นไปสักวันเค้าต้องเสียใจเพราะไม่ว่ายังไงเธอก็คงรักใครไม่ได้อีกทั้งที่ใจของเธอยังมีใครอีกคน เธออยากให้เธอรอตัวเธอลืมคนที่เธอรักให้ได้เสียก่อน ก่อนที่เธอจะไปรับใครสักคนเข้ามาในชีวิตของเธอ แต่วันที่เธอจะลืมใครคนนั้นคงไม่มีแม้เวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ในบางครั้งที่น้ำหวานเห็นใครๆเดินคู่กันเธอก็มักจะคิดว่าน่าอิจฉาจังที่เค้ามีคนรักพร้อมทีจะเดินเคียงข้างมีคนค่อยห่วงใยเวลาที่เจ็บป่วยมีคนให้โทรหาแต่สำหรับน้ำหวานไม่มีนอกจากแม่แล้วก็เพื่อนเธอไม่ได้โทรหาใครเลย เธออยากโทรหาคน คนหนึ่งมากแต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงเค้าเพราะว่าเค้ามีคนรักอยู่แล้วเธอจะทำร้ายคนอื่นไม่ได้ เพราะเธอรู้ดีว่าความเจ็บปวดที่เธอเสียคนที่รักเป็นเช่นไรเธอจึงไม่อาจให้คนอื่นมาอยู่ในสภาพเดียวกับเธอได้ ต่อให้เธอรักและคิดถึงเค้ามากแค่ไหนก็ตามเธอก็ไม่อาจที่จะทำตามใจที่อยากจะทำได้ เธอทำได้แค่ดีใจกับคนที่เธอรักเพราะอย่างน้อยเค้าก็ได้อยู่กับคนที่เค้ารัก อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่าเค้าจะมีความสุขดี ดีกว่าทีต้องทนอยู่กับคนที่เค้าไม่ได้รักอย่างเธอ การที่เราได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขเราก็มีความสุขไปด้วยถึงแม้มันจะแฝงมากด้วยความเจ็บปวดและน้ำตาเธอก็ยินดีที่จะเดินจากไปเพื่อให้คนที่เธอรักมีความสุข แต่แล้วก็เหมือนจะชะตาเล่นตลกเมื่อวันหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์ที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินอีกได้ดังขึ้นอีกครั้งไม่ต้องดูเบอร์เธอก็รู้ได้จากเสียงเรียกเข้าที่เธอตั้งไว้เป็นของคนพิเศษอย่างเธอเท่านั้น แค่ได้ยินเสียงน้ำตาก็แทบไหลเธอพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รับสายแล้วเธอก็ทำได้แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้เห็นเบอร์โทรของพี่น้ำใสเรื่อยๆจนในวันหนึ่งเธอก็ใจอ่อนด้วยความเป็นห่วงซะมากกว่าเพราเธอรู้ว่ามาเค้าจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเค้าโทรหาเธอแต่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำเนื่องจากแบตเธอหมดพอดีเมื่อเธอกลับมาถึงหอพักก็ทำการชาร์จแบตเธอจึงได้เห็นว่ามีเบอร์ที่ไม่ได้รับสายเมื่อเปิดดูก็เห็นว่าพี่น้ำใสโทรหาเธอก็เลยเลือกที่จะโทรกลับด้วยกลัวว่าเค้าจะเป็นอะไรหรือเปล่าแล้วทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู้สถานการณ์ที่ดีขึ้นน้ำใสโทรหาน้ำหวานบ่อยขึ้นจนในที่สุดคนสองคนก็กลับมาคบกันเหมือนเดิม น้ำใสดูแลน้ำหวานอย่างดีเหมือนเมื่อก่อนไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง จากวันผ่านเดือนเลือนเป็นปีน้ำหวานจึงตัดสินใจลาออกจากที่ทำงานกลับมาหาที่ทำงานใกล้กับน้ำใสเพื่อจะได้มีเวลาอยู่กันเยอะขึ้นเมื่อความรักสุขงอมดีแล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะแต่งงานใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกันทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะดีน้ำหวานทำหน้าที่ทั้งงานนอกงานในไม่ได้ขาดตกพกพร่องอะไรความรักที่เธอมีให้กับน้ำใสก็มีมากขึ้นทุกวันหากที่แต่คนที่เปลี่ยนก็คือน้ำใสเค้าทำงานกลับบ้านดึกทุกวันไม่เคยมีเวลาพาน้ำหวานไปเที่ยวเหมือนเมื่อก่อนแม้แต่วันสำคัญต่างๆเค้าก็ลืมไปจนหมดน้ำหวานรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่เคยปริปากเลยสักครั้งเธอยังคงทนและไม่เคยระแวงสงสัยอะไรว่าทำไมพี่น้ำใสของเธอเปลี่ยนไปเช่นนี้เค้าไม่เคยโทรหาเธอเลยหลังแต่งงานกันไม่กี่ปีจะมีแต่เธอเท่านั้นที่จะค่อยโทรหาเค้าว่าทานข้าวเที่ยงหรือยังทำงานเป็นอย่างไรบ้างและในวันเกิดเธอก็มักจะทำเซอร์ไพร์เค้าเสมอแต่เค้ากลับไม่เคยใส่ใจว่าในแต่ละครั้งเธอตั้งใจแค่ไหนของขวัญส่วนมากเธอจะทำขึ้นเองเพื่อให้รู้ว่าเธอให้ความสำคัญกับเค้าเสมอหากมีแต่เค้าทีไม่เคยเห็นความสำคัญของเธอเลย ในอีกด้านน้ำใสตั้งใจทำงานเพื่อที่จะได้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีและจะได้มีเงินเก็บมากมากเพื่อว่าเค้าจะได้มีเงินพาน้ำหวานภรรยาที่รักของเค้าไปเที่ยวมีทุกอย่าเหมือนที่คนอื่นมีแต่เค้าลืมไปว่าในทุกวันน้ำหวานก็ต้องการความรักการเอาใจใสจากเค้าเช่นกันในวันนี้เป็นวันเกิดของน้ำหวานแต่ตัวของเธอเองลืมไปเสียวันนี้เป็นวันเกิดของเธอมีเสียงโทรศัพท์ที่เธอไม่เคยได้ยินมานานมากแล้วดังขึ้น น้ำหวานดีใจจนบอกไม่ถูกแล้วเมื่อรับสายน้ำใสก็บอกว่าวันนี้ให้ออกมาทานข้าวนอกบ้านบอกว่าไปรอพี่ที่ร้านเดิมของเรานะ เมื่อนัดแนะเวลาสถานที่กันเป็นที่เรียบร้อยน้ำหวานก็รีบเก็บของเพราใกล้เวลาเลิกงานเธอรีบกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้จะได้ออกไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งเธอไม่ได้ไปทานข้าวกับคนรักที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีนานมากแล้ว เธอบรรจงแต่งตัวอยู่เสียนาน พอหันมามองนาฬิกาอีกทีก็ใกล้เวลานัดแล้วเธอไม่อยากให้คนที่เธอรักต้องรอเธอหยิบรองเท้าสนสูงที่ไม่เคยใส่มานานสวมลงใสแล้วรีบออกไปยังร้านที่นัดกับคนรักไว้ในระหว่างที่เธอกำลังเดินข้ามถนนเพื่อจะไปร้านที่นัดกับสามีไว้ น้ำใสที่กำลังปิดประตูรถก็มองให้เธอเข้าพอดีเพราะไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เห็นภรรยาของเค้าแต่งตัวสวยขนาดนี้ วันนี้เค้าตั้งใจจะทำเซอร์ไพร์ภรรยาเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ และเพื่อจะบอกว่าเค้าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธานแล้วต่อไปเค้าจะมีเวลาพาเธอไปเที่ยวอย่างที่เธอมักจะร้องขอให้เค้าพอไปในวันหยุดต่างๆ เค้ามัวแต่มองเธอจนลืมตัวไปทำให้ภรรยาของเค้าหันมาเห็นเค้าเสียก่อนน้ำใสก็ว่าน้ำหวานจะเห็นดอกไม้ที่ถืออยู่ในมือเค้าจึงเปิดประตูรถแล้วรีบเก็บดอกไม้ไว้ในรถเพราะเค้าก็ว่าเธอกำลังจะเดินมาหาเค้าแล้ว ในระหว่างที่น้ำหวานกำลังข้ามถนนอยู่นั้นก็หันไปเห็นพี่น้ำใสสามีที่รักของเธอ เธอจึงรีบไปเดินไปหาเค้าแต่เพราะว่าเธอไม่ได้ใส่รองเท้าสนสูงเสียนานพอวันนี้หยิบมาใสจึงไม่ชินทำให้ร้องเท้าพลิกจนเธอต้องก้มลงไปจับข้อเท้าเพราะความเจ็บแล้วในช่วงเวลานั้นก็มีรถเก่งคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงไม่ทันเห็นว่าเธออยู่ตรงนั้นเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นรถวิ่งตรงมายังเธอแล้วก็เสียงรถเบรคอย่างดังแล้วตัวเธอก็ลอยมาตกตรงข้างรถคันหนึ่ง น้ำใสหันมาตามเสียงเบรกของรถก็ทันเห็นว่ามีคนถูกรถชนกับตาแล้วทุกอย่างก็แจ่มชัดขึ้นเมื่อคนที่ถูกรถชนมาตกอยู่ตรงหน้าเค้า เค้าตกใจทำอะไรไม่ถูกแล้วเค้าก็คุกเค้าลงข้างๆร่างที่มีแต่เลือดที่ไหลออกมาเต็มไปหมดเค้าบรรจงช้อนร่างนั้นขึ้นมาอย่างเบามือด้วยกลัวว่าเธอจะเจ็บเค้าเรียกเธอ “น้ำหวานได้ยินพี่ไหม น้ำหวาน” น้ำหวานค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อเธอเห็นว่าใครที่เห็นเธอยิ้มให้ชายที่เป็นคนรักแล้วตอบว่าเธอไม่เป็นอะไรพร้อมกับไอออกมาแต่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุดที่จมูกและหัวของเธอ เธอรีบถามว่าชายที่เป็นคนรักที่พี่น้ำใสนึกยังไงถึงได้นัดเธอมาทานข้าวนอกบ้านเค้าบอกกับเธอว่าน้ำหวานไม่ต้องพูดพี่จะรีบพาน้ำหวานไปหาหมอ แต่น้ำหวานจับมือของเค้าไว้แล้วตอบว่าไม่ต้องหรอกค่ะพี่น้ำใส น้ำหวานมีเรื่องอยากบอกพี่น้ำใสค่ะก็เหมือนทุกวันแหละค่ะ “น้ำหวานรักพี่นะค่ะ ที่รักของน้ำหวาน” แล้วเธอก็ยกมือที่เต็มไปด้วยเลือดแล้วจับไปที่แก้มของเค้าแล้วพูดว่า “ที่รักค่ะฉันรักคุณค่ะ พี่น้ำใสรักน้ำหวานไหมค่ะพูดได้แค่นั้นมือของเธอก็หล่นลงพื้นน้ำใสน้ำตาไหลพรากเค้ากำลังจะพูดว่าเค้ารักเธอแค่ไหนแค่มันคงไม่ทันเพราะมือที่เค้าจับกุมไว้ที่ใบหน้าได้ร่วงลงพื้น “น้ำหวานพี่รักน้ำหวานนะอย่าทิ้งพี่ไปนะแต่ไม่เสียตอบรับใดๆจากหญิงสาวที่เป็นภรรยาของเค้า น้ำใสตะโกนเรียกชื่อน้ำหวานไม่หยุดจับหน้าเธอขึ้นมาให้เห็นชัดๆพร้อมกับเรียกชื่อของเธอแต่ก็ไรผลไม่รู้ว่านานแค่ไหนมารู้อีกที่ก็มีพยาบาลมาแยกเธอกับเค้า เค้าเหมือนคนที่ไร้สติไม่รู้อะไรเลยจนแม่ของน้ำหวานมาเรียกเค้าแล้วถามว่าเกิดอะไรที่ขึ้นที่หน้าห้องฉุกเฉินเค้าจึงได้สติกลับคืนมา แม่ครับน้ำหวานถูกรถชน แม่น้ำหวานล้มทั้งยืนแต่ดีที่น้ำใสรับไว้ทันเค้าเรียกพยาบาลให้รีบมาช่วยแล้วคุณหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเค้ารับเดินเค้าไปหาแล้วถามหมอว่าภรรยาผมเป็นไงบ้างครับคุณหมอ หมอเสียใจด้วยนะครับหมอทำดีทีสุดแล้วเสียใจด้วยจริงครับ พอได้ฟังแค่นั้นน้ำใสรีบวิ่งเข้าไปดูภรรยาของเค้าร่างกายของเธอไปด้วยเลือดใบหน้าซีดเหมือนในร่างกายของเธอไม่มีเลือดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเค้าเข้าไปกอดเธอพร้อมกับเรียกชื่อของเธอ “น้ำหวาน ผมขอโทษกลับมานะ ผมรักน้ำหวานนะผมสัญญาว่าผมจะพาคุณไปเที่ยวทุกที ผมจะอยู่กับคุณเสมอไม่ทิ้งให้คุณต้องรอทานข้าวเหมือนทุกวันที่ผ่านมาอีกแล้วผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณอย่างดี กลับมานะ ผมขอร้อง” แต่นั้นคงเป็นเพียงเสียงคำขอร้องที่น้ำหวานไม่มีทางได้ยินอีกแล้วทั้งที่รอเวลานั้นมาตลอดเวลาตั้งแต่เธอตงลงที่จะรักผู้ชายคนนี้ เค้าจัดงานศพทำทุกอย่างจนเรียบร้อยเป็นเวลากว่า เจ็ดวันแล้วที่เค้าไม่เคยกลับเข้ามาที่บ้านเลยวันนี้เป็นวันแรกของการกลับมาบ้านโดยไม่มีผู้หญิงที่เค้ารักสุดหัวใจอยู่ในบ้านหลังนี้ และต่อจากนี้ไปก็จะไม่มีเธออยู่กับเค้าอีกแล้ว เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนเค้ารู้สึกกลัวขึ้นมาไม่กล้าที่จะเปิดประตูเค้าเข้าไปในห้อง เค้าไม่ได้กลัวผีแต่สิ่งที่เค้ากลัวคือความจริงที่ในห้องนี้จะไม่มีเธออยู่ต่างหาก เค้ารวบร่วมความกล้าอยู่พักใหญ่จึงกล้าที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วสิ่งที่เค้าได้เจอก็คือห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนรัก ทุกอย่างทุกจักเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเค้าเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าทีนอนหยิบหมอนที่ภรรยาที่รักมักจะบอกว่ามันนอนแล้วไม่ค่อยหลับไม่เหมือนได้นอนอยู่บนแขนของเค้า ถ้าได้นอนแบบนี้เธอถึงจะนอนหลับแต่ถ้าวันไหนไม่ได้นอนแขนเค้าเธอก็จะนอนไม่หลับ เค้าหยิบหมอนขึ้นมากอดไว้พร้อมกับเอาหน้าสบลงไปกับหมอนทำให้เค้ายิ่งได้กลิ่นของ น้ำหวานมากยิ่งขึ้นเค้าถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้เค้ารู้สึกเสียใจมาก ที่ตลอดเวลาไม่ได้ดูแลเธออยากที่สามีควรกระทำ เค้ามองไปรอบห้องนอนแล้วก็ไปสะดุดสายตาเข้ากับบ้างอย่างที่อยู่บนชั้นว่างหนังสือเค้าไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้มาก่อน น้ำหวานชอบอ่านหนังสือมากจึงขอให้เค้าทำชั้นว่างหนังสือให้ในห้องนอนแต่เล่มนี้ดูแปลกไปจากเล่มอื่นๆ เค้าจึงเดินเข้าไปดูแล้วก็หยิบมันออกมา เมื่อเค้าหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาก็พบว่ามีบางอย่างหล่นลงมา เค้าหยิบมันขึ้นมาดูปรากฏว่าหน้าตาที่มีที่ท่าว่าจะหายมันกลับยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิมเสียอีก เพราะสิ่งที่เค้าได้เห็นบนกระดาษใบนั้นก็คือรูปถ่ายของเค้ากับน้ำหวานตอนที่เที่ยวทะเลด้วยกันเป็นรูปที่เค้าและเธอทำมือเป็นรูปหัวใจเหมือนในหนังเกาหลี แต่สิ่งที่เรียกน้ำตาไหลในมากยิ่งขึ้นก็คือ ขอความบนรูปถ่าย
...... นี้คือความรักที่เราใช้สองมือสร้างขึ้นมาด้วยกัน รักพี่น้ำใสที่สุดเลยและจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ.........
หลังจากหลั่งน้ำตาให้กับข้อความและรูปถ่ายอยู่นั้นเค้าก็หันมาเปิดสิ่งที่อยู่ในมือ เมื่อเค้าเปิดมาในหน้าแรกก็ได้พบกับรูปภาพที่ตัดเป็นรูปหัวใจคือรูปในวันแต่งงานของเค้ากับน้ำหวาน แล้วเมื่อเปิดในหน้าต่อไป เค้าก็ต้องปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่สองของเราพี่น้ำจำไม่ได้แล้วเหรอค่ะ ทำไมพี่น้ำไม่กลับมาทานข้าวกับน้ำหวานเลย พี่น้ำปล่อยให้น้ำหวานรอทานข้าวทุกวันเลยนะค่ะ ข้อความเหล่านี้มีล่องลอยของน้ำตาอยู่เป็นจุดๆ บ่งบอกว่าคนเขียนร้องไห้ไปเขียนไป และเมื่อเปิดหน้าต่อๆไปเข้าก็ยิ่งพบว่าน้ำหวานเขียนหลายสิ่งหลายอย่างที่เค้าได้ทำให้เธอเสียใจ ตลอดสองปีหลังที่แต่งงานกันเค้าลืมวันสำคัญทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเค้าและน้ำหวานเพราะมัวแต่ทำงานหนัก แต่ทุกครั้งน้ำหวานก็ไม่เคยปริปากพูดเลยสักครั้งเดียว จนเค้าเองก็เริ่มลืมจนชิน มีเพียงวันเกิดเค้าเท่านั้นที่จะเห็นครั้ง เมื่อเค้ากลับมาบ้านเธอก็จะนอนหลับอยู่กับเค้กที่หน้าห้องรับแขกเสมอ ส่วนที่เค้ามาช้าเพราะพอเลิกงานก็ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆต่อโดยลืมไปเลยว่ามีคนที่รักและสำคัญกับเค้าที่สุดรอเค้าอยู่ที่บ้าน และในตอนเช้าน้ำหวานก็จะรีบตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าเหมือนทุกวันแต่วันนี้จะพิเศษกว่าเพราะมีของขวัญว่างไว้ด้วย แต่ผมก็ไม่เคยอยู่ทานกับน้ำหวานเลยบอกเธอเสมอว่าต้องรีบไปทำงานเธอก็จะขอร้องไห้แกะของขวัญที่เธอซื้อให้ก่อน ผมก็จะรีบแกะแล้วก็วางไว้ที่เดิมแล้วรีบออกไปทำงาน ยิ่งเมื่อวันเกิดปีก่อนน้ำหวานเธอเสื้อสูทให้แต่ผมไม่ชอบก็ไม่เคยใสทั้งที่เธอขอร้องไห้ผมใส่ไปทำงานในวันนั้นแต่ผมก็บอกว่าผมไม่ชอบผมไปนะ คืนเสื้อให้เธอแล้วออกไปทำงาน แต่ในวันนี้เสื้อตัวนั้นอยู่ที่ไหนเมื่อคิดได้น้ำใสก็รีบไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาว่าเสื้อสูทตัวนั้นหายไปไหน เมื่อเค้าเปิดตูใช้สายตาหาไม่นานก็พบเสื้อตัวดังกล่าว เค้าจึงหยิบมันออกมาแล้วก็กอดมันไว้แล้วก็สวมเสื้อดูมองดูในกระจก เสื้อพอดีตัวใสแล้วดูดีมากทำไมเค้าถึงบอกกับเธอว่าไม่ชอบเสื้อตัวนี้ทั้งที่มันออกจะสวยเมื่อเค้าเอามือลูบไปตามเสื้อผ้าก็พบว่ามีบางอย่างอยู่ในกระเป๋าเสื้อเค้าไม่รอช้ารีบหยิบของที่อยู่ในกระเป๋าออกมาดู แล้วสิ่งที่เค้าได้เห็นเมื่อเปิดกล่องในเล็กๆออกมาดู แล้วเค้าก็แกะสองจดหมายที่ผูกคู่อยู่กับกล่องในนั้น
พี่น้ำค่ะ กว่าพี่น้ำจะได้เห็นของขวัญสองชิ้นนี้น้ำหวานก็คงไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้วนะค่ะ น้ำหวานไม่รู้ว่าพี่จะเสียใจมากน้อยแค่ไหนแต่ไม่ต้องร้องไห้นะค่ะไม่ว่ายังไงน้ำหวานก็อยู่ข้างๆพี่เสมอเหมือนที่น้ำหวานเคยทำในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นแหละค่ะ นับจากวันแรกจนวันสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกันไม่ว่าพี่น้ำจะสุขหรือว่าทุกข์น้ำหวานอยากบอกพี่น้ำว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่น้ำจะมีน้ำหวานยืนอยู่ข้างๆเสมอไม่ว่าจะในฐานะของภรรยา หรือว่าอดีตภรรยา ตลอดเวลาที่ได้รักและรู้จักพี่น้ำน้ำหวานรู้สึกดีใจมากนะค่ะที่ได้รักและรู้จักพี่น้ำส่วนแหวนที่อยู่ในกล่องน้ำหวานให้เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานของเรานะค่ะแต่คงบอกไม่ได้ว่าครบรอบกี่ปีรู้แต่ว่าคงเป็นปีสุดท้ายแล้วนะค่ะ น้ำหวานเก็บเงินอยู่ตั้งนานนะค่ะ น้ำหวานขอให้พี่น้ำใส่มันสักครั้งก็พอ ถ้าพี่น้ำไม่ชอบขอน้ำหวานขอให้พี่ใส่แค่ครั้งเดียวเองค่ะนะค่ะพี่น้ำน้ำหวานขอร้อง ต่อไปไม่มีน้ำหวานดูแลแล้วพี่น้ำต้องดูแลตัวเองดีดีนะค่ะ อย่าลืมทานอาหารเช้าด้วยต่อไปน้ำหวานคงไม่ได้ทำอาหารให้พี่ทานอีกแล้วนะค่ะ ส่วนเสื้อพี่น้ำไม่ชอบก็ให้คนอื่นไปก็ได้ค่ะน้ำหวานไม่ว่าหรอกค่ะ สุดท้ายนี้น้ำหวานอยากบอกพี่น้ำว่า ......น้ำหวานรักพี่น้ำนะค่ะถึงแม้พี่น้ำจะแถบไม่เคยบอกน้ำหวานเลยพี่น้ำรักน้ำหวานไหมแต่น้ำหวานรักพี่ค่ะถ้าน้ำหวานจะต้องตายก็ขอแค่ได้ตายอยู่ในอ้อมแขนของคนทีน้ำหวานรักน้ำหวานก็ไม่เสียดาแล้วค่ะ น้ำหวานขอบอกอะไรพี่น้ำอีกอย่างนะค่ะ
ฉันรักคุณค่ะที่รักของฉัน..........ลาก่อนนะค่ะที่รักของฉัน
น้ำหวาน
สิ้นสุดเนื้อความในจดหมายน้ำใสยิ่งร้องได้ดังขึ้นเหมือนคนบ้า “น้ำหวานพี่ขอโทษ”จะให้พี่ทำยังไงน้ำหวานถึงจะยอมกลับมาเค้าได้แต่ร้องไห้กอดไดอารี่ที่เค้าคิดว่าเป็นหนังสืออยู่อย่างนั้นคงพล้ำบนพูดแต่เพียงคำว่าน้ำหวานพี่ขอโทษแต่ทุกอย่างก็สายเสียแล้ว เพราะเธอไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว
...................................................จบบริบูรณ์........................................................
ผู้ประพันธ์ ไหมหวาน