Sunday, October 25, 2009

นิทานดวงดาว



เรื่องสั้นส่งเข้าประกวด Indy Short Story Award



นิทานดวงดาว : กลุ่มดาวหมีเล็ก



กาลครั้งหนึ่งภายในป่าอันแสนอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าทุกตัวใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสัญชาตญาณดิบซึ่งเป็นลักษณะทางธรรมชาติอันแสนโหดร้ายตลอดมา



จนกระทั่ง..



อุแว้ อุแว้ ลูกหมีเพิ่งเกิดใหม่ร้องออกมาเสียงดังสนั่นป่า เสียงสะท้อนกึกก้องไปมาภายในถ้ำที่แม่หมีมาอาศัยคลอดลูก แม่หมีที่เสียเลือดมากพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายเลียขนของลูกน้อยซึ่งเปียกปอนไปด้วยเลือดและน้ำคร่ำ ก่อนที่แม่หมีจะหมดลมหายใจ แม่หมีได้ภาวนาให้นางฟ้าซักองค์ได้โปรดมาดูแลรักษาลูกน้อยด้วย



ทันใดนั้น เสียงของน้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำ ก็ถูกผสมผสานเข้ากับเสียงิณอันเพราะพริ้งที่กำลังดังขึ้นในทุกขณะ นางฟ้าผู้เลอโฉมได้มาปรากฏตรงหน้าร่างไร้วิญญาณของแม่หมี



ฉันได้ยินเสียงความปราถนาจากใจของเจ้าแล้วล่ะนะ ตกลง!! ฉันจะช่วยดูแลลูกหมีให้เจ้าเอง นางฟ้าพูดพลางกับปาดน้ำตาที่ค่อยๆเอ่อล้นออกมา



ว่าแต่ว่า ถ้าลูกหมียังไม่หย่านมก็ดูแลลำบากน่ะสิ ก่อนอื่นคงต้องทำให้หย่านมซะก่อนละนางฟ้าพูดพึมพำกับตนเอง



คฑาดาวในมือของนางฟ้าเริ่มกวัดแกว่งก่อนที่จะมีเสียงพูดออกมาว่า โอม!! ขอให้หมีน้อยตัวนี้หย่านม สามารถเดิน และวิ่ง ได้ เพี้ยง!!! ”



ลูกหมีค่อยๆลุกขึ้นมาและพูดว่า สวัสดีค่ะ คุณแม่



สวัสดีจ๊ะ ลูกหมีน้อย นางฟ้ายิ้มอย่างเบิกบานแล้วจึงพาหมีน้อยเดินออกจากถ้ำเพื่อให้ได้รู้จักกับป่าอันกว้างใหญ่



1 เดือนผ่านไป



ดวงตาที่สะท้อนแสงเปล่งประกายในพุ่มไม้กำลังจับจ้องมายังร่างเล็กเบื้องหน้าซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ากระต่าย ก่อนที่มันจะกระโจนออกมา จ๊ะเอ๋!!! ทำอะไรอยู่นายกระต่าย



กระต่ายน้อยตกใจจนล้มคว่ำลงไปบนกองอุจจาระเบื้องหน้า ยี้!!! หมีน้อยอ่ะ ชอบเล่นอะไรแผลงๆ



แล้วนายกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ ฉันเห็นนายง่วนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วหมีน้อยพูดขณะที่กำลังช่วยพยุงกระต่ายน้อยขึ้นมา



ฉันก็กำลังหาวิธีตามรอยเจ้าสัตว์ร้ายที่สังหารพ่อกับแม่ของฉันน่ะสิกระต่ายน้อยบอกสีหน้าของเขาเริ่มแสดงออกถึงความโกรธแค้น



เมื่อหมีน้อยเห็นเพื่อนซึ่งเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หมีน้อยจึงอาสาที่จะพาไปหาสัตว์ร้ายที่ว่าเอง สัตว์ทั้งสองจึงออกเดินลึกเข้าไปในป่าใหญ่



กระต่ายน้อย ตอนนี้เรากำลังตามหาตัวอะไรอยู่เหรอหมีน้อยเริ่มต้นประโยคหลังจากที่ทั้งคู่เดินเงียบกันมานาน



กระต่ายน้อยทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับไปว่า มันเป็นสัตว์สี่ขาขนาดใหญ่ มันวิ่งได้ด้วยความเร็วสูง มันสามารถกระโจนข้ามแม่น้ำที่กว้างได้อย่างสบาย มันมีเขี้ยวอันแหลมคมกับกรงเล็บอันแหลมคม นัยน์ตาของมันสีแดงเสมือนเลือด และที่สำคัญมัน...



มันมีลายพาดกลอนด้วยใช่มั๊ยหมีน้อยพูดหน้าของเธอเริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด



เธอรู้ได้อย่างไรล่ะกระต่ายน้อยที่กำลังก้มหน้าครุ่นคิดถามอย่างสงสัย



หมีน้อยยังคงหน่าซีดเสียงของเธอเริ่มสั่นฉันว่า..เธอลองเงยหน้าดูสิ



มันมีอะไรอย่าง.......กระต่ายน้อยพูดยังไม่ทันจะจบประโยคภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขาแทบหมดสติลงไปกองกับพื้น



เสือโคร่งขนาดมหึมากำลังจ้องเขม็งมายังสัตว์ทั้งคู่ กรงเล็บของมันใหญ่ขนาดที่สามารถปลิดชีวิตเหยื่อได้ภายในการตบครั้งเดียว ก่อนที่มันจะพุ่งมายังสัตว์ทั้งคู่



หลบเร็ว!!! ” กระต่ายน้อยตะโกนออกมาสุดเสียง



กรงเล็บของเสือโคร่งหวิดโดนหมีน้อยไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่มันยังไม่จบแค่นั้น มันรีบกระโดดถีบตัวเข้ากับต้นไม้เบื้องหน้าแล้วกระโจนเข้าใส่กระต่ายน้อยทันที



~ ฉึก ~ เลือดอุ่นๆไหลรินออกจากร่างกาย เสือโคร่งก้าวถอยหลังไปนิดหนึ่ง เจ้าของร่างเบื้องหน้าเริ่มเกิดอาการช็อคจากการเสียเลือดมาก เลือดที่ไหลออกมาอย่างช้าได้ย้อมสีขนทีละเส้น ทีละเส้น จนขนเกือบทั้งตัวเป็นสีแดง ทว่าเหยื่อกลับไม่ใช่กระต่ายน้อย แต่เป็นหมีน้อยต่างหาก



น้ำตาเริ่มรินไหลอาบแก้มของกระต่ายน้อย ก่อนที่กระต่ายน้อยจะคลั่งไต่ขึ้นไปบนต้นไม้สูงแล้วจึงกระโดดลงมาถีบใส่เสือโคร่ง เพียงครั้งเดียวยังไม่สามารถทำให้เสือโคร่งขนาดยักษ์รู้สึกรู้สาอะไรได้ กระต่ายน้อยทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไวที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จนกระทั่งเสือโคร่งเริ่มยืนไม่อยู่ มันจึงได้หันหลังให้กับร่างของหมีน้อยแล้วเดินจากไป



กระต่ายน้อยรีบกลับมายังร่างของหมีน้อย ไม่ทันเสียแล้ว คมเขี้ยวของเสือโคร่งได้ดับลมหายใจของหมีน้อยไปแล้ว



เสียงพิณที่ดังขึ้นก็ถูกผสมผสานเข้ากับเสียงของฝนที่ตกกระทบลงบนผืนป่า นางฟ้าผู้เลอโฉมได้มาปรากฏกายอีกครั้ง กาลเวลาไม่ได้ทำให้ความเยาว์วัยของเธอเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด คฑาดาวของเธอเริ่มกวัดแกว่งก่อนที่ร่างไร้วิญญาณของหมีน้อยจะลอยขึ้นไปกลายเป็นกลุ่มดาว



น้ำตาไหลอาบแก้มของนางฟ้า ภาพความทรงจำในอดีตกำลังหวนคืนมา



เมื่อครึ่งเดือนก่อน



คุณแม่คะ แม่หมีของหนูที่เสียไป ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะคะหมีน้อยถามนางฟ้าด้วยสีหน้าแจ่มใส



แม่หมีเหรอคะ แม่หมีตอนนี้ก็เป็นกลุ่มดาวลอยอยู่ไกลลิบๆนู่นน่ะคะนางฟ้าผู้เลอโฉมตอบคำถามให้กับหมีน้อยช่างถาม



หมีน้อยทำหน้าตาเป็นเครื่องหมายปรัศนีซักพัก แล้วจึงกลับมาทำหน้าปกติก่อนที่จะบอกว่า คุณแม่คะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อลูกหมีเสียแล้ว ลูกหมีขอไปเป็นกลุ่มดาวอยู่ใกล้ๆกับแม่หมีนะคะ สัญญานะคะ



นางฟ้าผู้เลอโฉมยิ้มแล้วบอกว่า ค่ะ คุณแม่สัญญา



ผู้ประพันธ์ : “นิลกาย

6 comments:

  1. สนุกดีครับ อย่างแรกเลยต้องขอชมเรื่องการใช้ภาษาที่มีกลิ่นอายเป็นนิทานมากๆเลย แล้วตัวละครก็ทำออกมาน่ารัก ผู้ใหญ่อ่านได้เด็กอ่านดี เรื่องสั้นที่เหมาะกับเยาวชนในไทยยิ่งหายากอยู่ ที่เห็นส่วนใหญ่มีแต่ จน เครียด กินเหล้า เด็กดริ๊งค์ ข่มขืน กดขี่ ปี้ นอน อิอิ
    แต่ขออนุญาตเสนอแนะนิดหนึ่งนะครับ ผู้เขียนน่าจะลองเพิ่มตำนานการกำเนิดของปรากฎการณ์ธรรมชาติเข้าไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่นเช่น เสียงฟ้าร้อง(เสียงหมีค่ำครวญ มันคิดถึงแม่ยามที่ฝนตกหนัก) สายรุ้ง(สองเราจะข้ามไปพบรักกัน หลังฝนหยุด) จะเพิ่มอรรถรสได้มากครับ อ้อ!..แล้วถ้าสอดแทรกคติสอนใจลงไปด้วยจะดีมากครับ พี่ นิลกาย อาจแทรกเข้าไปแล้วแต่ผมหาไม่เจอ
    ช่วง จับผิดเล็กผิดน้อยกับ มึนแมน (โปรดใช้วิจารณญาณ)
    -มันมีเขี้ยวอันแหลมคมกับกรงเล็บอันแหลมคม(แหลมคมซ้ำกันสองที่ไม่smooth ครับ)
    -หน่าซีด(หน้าซีด)
    -“ อุแว้ อุแว้ ” ลูกหมีเพิ่งเกิดใหม่ร้องออกมาเสียงดังสนั่น(ไอ้หยา! เพิ่งรู้ว่าลูกหมีร้อง อุแว้ อิอิ)

    ReplyDelete
  2. นิทาน ก่อนนอน ที่ดีครบ ภาษา งดงาม ง่าย แต่ ตอนที่ มันสะเทือนใจผมกลับเฉยๆ ตอนที่ หมีน้อย กำลังจะตาย มั้ง
    ผม ผูกผันกับตัวละคร ตัวนี้น้อยไปครับ
    อีกอย่าง ผม รู้สึกว่า กระต่าย กับ หมี รู้จัก กันน้อยไปครับ
    แต่อาจจะเพราะ เป้นนิทาน มั้ง
    ครับ ก็เลย ต้องเล่าให้ง่าย เข้าใจง่าย ครับ ชอบครับ
    Tramol

    ReplyDelete
  3. -เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ารักดีครับ แต่การดำเนินเรื่องยังขาดความละเมียดละไมไปหน่อย รวมถึงการคิดที่แยบคายมากกว่านี้ด้วย
    เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ
    ARTY
    28/10/2552

    ReplyDelete
  4. นิทานดวงดาว โดย นิลกาย

    'นิลกาย’ ทำให้ยิ้มอีกแล้ว ลูกหมีเกิดใหม่ร้อง “อุแว้ อุแว้” แล้วพลิกอารมณ์ในเสี้ยววินาที รอยยิ้มยังไม่ทันจาง ก็ต้องสลดใจกับชะตากรรมของลูกหมีเกิดใหม่ กลายเป็นลูกหมีอุแว้กำพร้า ใจกำลังเสีย ... อ้าว ! คำอธิษฐานของแม่หมีเป็นจริง ได้นางฟ้ามาเป็นแม่ เทพธิดาผู้พิทักษ์ จากลูกหมีเพิ่งเกิดกลายเป็นลูกหมีหย่านม เดิน วิ่ง และ พูดได้ ! หมีน้อยเจอเพื่อนกระต่ายที่ต้องตามแก้แค้นสัตว์ร้ายที่ฆ่าพ่อแม่ของมัน ... เสือลายพาดกลอน ! พูดชื่อมันยังไม่ทันขาดคำ ไอ้ตัวร้ายปรากฏตัวขึ้นทันที แย่แล้ว !!!!!
    กระต่ายกับลูกหมีต่อสู้กับสัตว์ร้าย ลูกหมีตาย !!! ไปเกิดเป็นกลุ่มดาวหมีเล็ก ใกล้แม่ที่ไปเกิดเป็นดาวหมีใหญ่ ตามที่ได้ขอพรไว้จากนางฟ้า

    อ่านปุ๊บรู้เลยค่ะว่าคนเขียนคือใคร เรื่องสั้นชื่อ “นิทานดวงดาว” เราก็ได้อ่าน นิทาน อันเกี่ยวกับดวงดาว เป็นนิทานที่สนุก สร้างอารมณ์สุข-ทุกข์ พลิกเรื่องทันที บ่งบอกถึงความไม่แน่นอน การผันผวนของชีวิต ...
    สัจธรรม


    กรุณาย่อยสลายถ้อยคำ เลือกเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการเขียนของคุณเท่านั้นนะคะ


    จัสมิน

    ReplyDelete
  5. เ่อ่อก็เข้าใจว่ามันคือนิทานะค่ะ ว่าแต่ว่าหมีตัวเป็น ๆ แค่ 1เดือน มันยังเล็กเกินไปที่จะรู้จักกับกระต่ายนะค่ะ ตอนที่แม่หมีตายน่าจะมีอะไรบ่งบอกที่มากกว่านี้ คือว่ามันน่าจะแสดงอารมณ์มากกว่านี้ อืมท่าจะให้ดี ศึกษาข้อมูลของหมีมากกว่านี้นึดนึงนิทานเรื่องนี้จะได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ป.ล. เป็นกำลัีงใจให้นะค่ะ

    ReplyDelete
  6. เรื่องสนุก และน่าติดตามค่ะ
    บทสนทนาไหลลื่นมาก น่ารักมากๆค่ะ เล่าเรื่องแบบนิทาน(ก็มันนิทานนี่นะ)แม้ลูกหมีกับกระต่ายจะดูเหมือนเพิ่งเจอกัน แต่ก็เป็นความรักและมิตรภาพที่เพื่อนมีให้กัน ดูแลห่วงใยกัน กระทั่งมีหยอดมุขตลกทิ้งไว้ด้วย ตอนที่กระต่ายน้อยขึ้นต้นไม้กระโจนใส่เจ้าเสือหลายครั้ง นั่นคงเป็นแง่คิดอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการทิ้งไว้หรือเปล่า

    แต่ก็มีประโยคบรรยายที่ไม่ลื่นไหลเล็กๆน้อยๆค่ะ เช่น "นางฟ้าพูดพลางกับปาดน้ำตาที่ค่อยๆเอ่อล้นออกมา" ถ้าเอาคำว่า "กับ" ออกก็จะอ่านได้ลื่นไหลกว่าค่ะ
    " เลือดที่ไหลออกมาอย่างช้าได้ย้อมสีขนทีละเส้น ทีละเส้น " น่าจะเติมไม้ยมกแทนค่ะ

    เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ

    ...ผู้หัดวิจารณ์

    ReplyDelete